allaboutpiano

Archive for the ‘เลือกซื้อเปียโน’ Category

เปียโนยุโรปมือสอง Steinway & sons Bosendorfer C.bechstein Bluthner Schimmel Sauter August Forster Seiler

In เลือกซื้อเปียโน, Piano Buyer Guide, Piano Comments on March 16, 2016 at 3:36 pm

Steinway & sons Bosendorfer C.bechstein Bluthner Schimmel Sauter August Forster Seiler

เปียโนยี่ห้อที่เขียนไว้ข้างต้นล้วนเป็นเปียโนแฮนด์เมด (Hand-Crafted)  ที่มีคุณภาพดีเยี่ยมระดับโลกทั้งนั้น จัดได้ว่าเป็นเปียโนในระดับ Best Quality ซึ่งถูกออกแบบสร้างมาอย่างปราณีต ซึ่งหากได้ลองเล่นแล้ว ท่านจะทราบได้ด้วยตัวเองว่าทำไปเปียโนเหล่านี้ถึงได้เป็นเปียโนที่มีคุณภาพดีที่สุด

คนทั่วไปเวลาเลือกซื้อเปียโนมักจะนึกถึงแต่เปียโนยี่ห้อ ยามาฮา

หากท่านมีเวลา ผมขอแนะนำให้ท่านลองเล่นยี่ห้อเหล่านี้ดูเผื่อเป็นทางเลือกเพิ่มเติมประกอบการเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นเปียโนใหม่หรือ มือสอง การได้ลองสัมผัส (touching) และได้ฟังเสียงของเปียโนเหล่านี้ ถือว่าเป็นประสบการ์ณสุดยอดอย่างหนึ่ง เปียโนแต่ละหลังเปรียบได้กับงานศิลปะที่มีความสวยงามทั้งรูปลักษณ์ภาพนอก และคุณภาพเสียงที่ซ่อนอยู่ข้างใน

ผมมักแนะนำลูกศิษฐ์ว่า ให้เพิ่มงบให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เวลาเลือกซื้อเปียโนเพื่อเราจะได้เปียโนหลังที่เราชอบ เพราะเปียโนจะอยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน

และหากเราไม่ถูกใจเปียโนหลังที่ซื้อไป เราจะเสียดายที่ไม่ได้คิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ และเราอาจจะต้องเสียสตางค์ก้อนใหญ่อีกครั้งเพื่อซื้อหลังที่เราชอบ ซึ่งเป็นการสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

เปียโนยุโรปเหล่านี้ ทนทานมากๆ เพราะถูกสร้างมาอย่างปราณีต และสร้างอย่างแข็งแรง

ดังนั้นเราสามารถเลือกหลังที่มีอายุมากหน่อยได้ โดยไม่ต้องกังวล หากเปียโนที่เราชอบมีเสียงถูกใจ และทัชชิ่งดี

มันจะเป็นเครื่องดนตรีที่สร้างความพอใจให้กับเราได้นานแสนนาน เรียกได้ว่าคุ้มแสนคุ้ม

หลายคนคงนึกไม่ถึงว่าในกรุงเทพ เรามีเปียโนยุโรปมือสอง สภาพดีๆ แบบนี้ขายด้วย

ลองSearch หาดูจาก Google ดูครับ มีหลายร้านที่นำเข้า แต่ควรเลือกแต่ยี่ห้่อที่ยังผลิตอยู่ในปัจจุบันนะครับ บางยี่ห้อที่โรงงานเลิกผลิตไปแล้ว และมีประวัติคลุมเครือ ที่เราไม่แน่ใจ เราไม่ควรเสี่ยงครับ ยี่ห้่อเหล่านั้นอาจเป็นเปียโนที่ทำให้ประเทศอื่นแต่ใช้ชื่อยี่ห้อเปียโนที่ปิดโรงงานไปแล้วมาทำเป็นยี่ห้อก็ได้

วิธีเลือกซื้อเปียโนมือสอง ตอน 6 Check lists สำหรับตรวจสอบงาน recondition เปียโนมือสอง

In เลือกซื้อเปียโน, piano technical information on June 21, 2011 at 6:54 am

ท่านสามารถตรวจงานซ่อมหรืองาน recondition ของเปียโนมือสองได้ โดยดูจากการเปลี่ยนวัสดุสิ้นเปลือง ขั้นตอนนี้สามารถตรวจสอบได้ง่าย ไม่ซับซ้อน
เพียงแต่ท่านต้องที่ทราบก่อนว่ามีอะไหล่สิ้นเปลืองส่วนใดบ้างที่ช่างจำเป็นต้องเปลี่ยนก่อน เพื่อให้เปียโนทำงานได้อย่างสมบูรณ์

ส่วนการตรวจสอบงานปรับแต่งกลไก หรือการ regulation ท่านจำเป็นต้องให้ช่างตรวจสอบ เพราะเป็นงานที่ต้องอาศัยความชำนาญ และทักษะที่สูง อย่างไรก็ดีหากท่านสามารถรับรู้ได้เมื่อท่านเล่นบนเปียโนที่มีกลไกทำงานอย่างผิดปกติ

ช่างเปียโนที่ ปีเตอร์สัน เปียโน แกลเลอรี่ เป็นคนสอนขั้นตอนต่างๆให้ผม หลังจากที่ผมได้แวะไปชมเปียโนที่หลายครั้ง พูดถึงปีเตอร์สัน เปียโน ครั้งแรกที่ผมขับรถผ่านโชว์รูม ผมเห็นแกรนด์เปียโนอยู 2-3 หลัง เท่านั้น วันที่ผมเข้ามาที่นี่รั้งแรก เลยไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แต่เมื่อประตูลิฟต์ของโชว์รูมชั้น 3 เปิดออก ผมว่าผมเห็นโชว์รูมที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพแล้ว ชั้นนี้ชั้นเดียวมีเปียโนวางอยู่ 80 หลังได้ เป็นแกรนด์เปียโนประมาณ 20 หลัง ที่เหลือก็เป็นอัพไลท์เปียโน ชั้นนี้เขาแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งโชว์เปียโนใหม่ที่นำเข้าจากยุโรป Petrof Schimmel Sauter Seiler WIlh. Steinberg Kemble และอีกฝั่งหนึ่งโชว์เปียโนมือสอง Yamaha Kawai Eterna Miki Kaiser Atlas

ผมได้มีโอกาสคุยกับช่างเปียโนที่นี่หลายครั้ง ระหว่างที่ได้มาลองเปียโน จนเริ่มสนิทกัน เขามักจะอยู่จูนเปียโนอยู่ในโชว์รูม เพื่ออธิบายการ recondition เขาพาผมไปดูการทำงานของช่าง ซึ่งอยู่ที่ชั้น 7 ที่ชั้นนี้ แบ่งการทำงานเป็น 4 โซน

โซนที่ 1 เป็นโซนทำความสะอาดภายในเปียโน ช่างจะถอดคีย์เปียโน และกลไกแอ๊คชั่นออก เพื่อให้สามารถทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น นอกจากจะดูดฝุ่นใต้คีย์ และทำความสะอาดด้านใน ตามปกติแล้ว ช่างจะขัดสายเปียโน หมุดจูน และอุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ภายในเปียโนด้วย

โซนที่ 2 ช่างจะนำแอ๊คชั่นเปียโนมาถอดออกเป็นชิ้น ๆ เพื่อให้การเปลี่ยนวัสดุสิ้นเปลือง(ที่หมดอายุแล้ว) ภายในแอ๊คชั่นออกได้ง่าย ขึ้น เช่น Briddle strap, Butt spring cord (Loop cord), center pin และ สักหลาดใต้คีย์เปียโน เช่น balance front key , key bushing cloth,

โซนที่3 เป็นโซนสำหรับตกแต่งสีบอดี้ภายนอก และเก็บรอยตำหนิ

โซนที่ 4 ช่างจะนำกลไกแอ๊คชั่น และคีย์เปียโน ที่ถอดออก มาประกอบกลับเข้าไป และทำการปรับระยะห่างต่างๆของกลไก (regulation) เพื่อให้กลไกทำงานได้แม่นยำ เช่น ปรับ loss motion, ปรับ let off, ปรับ Key spacing & angle, ปรับ spoon (touching), ปรับ key dept, ขัดหัวค้อน และ voicing ก่อนที่จะย้ายเปียโนลงโชว์รูม และจูนเปียโนเป็นขั้นตอนสุดท้าย

สำหรับการการตรวจสอบการเปลี่ยนวัสดุสิ้นเปลือง เพื่อให้ง่าย ผมขอเขียนเป็นรายการตรวจสอบการ recondition เป็นข้อๆ ดังนี้

1. การตรวจเชือกเล็กๆ (butt spring cord หรือ Loop cord) จำนวน 88 เส้นนี้ว่า ได้ถูกเปลี่ยนหรือยัง?

จากรูป จะเห็นเชือกเส้นเล็กๆที่ม้วนเป็นห่วงคล้องอยู่รอบๆขอเกี่ยวที่เป็นโลหะ ช่างเรียกว่า butt spring cord แต่ผมเรียกเชือกนี้ง่ายๆว่า “Loop Cord” มันมอยู่ 88 เส้นตามจำนวนคีย์เปียโน และอยู่ภายในกลไก (action) เชืิอกเหล่านี้มีหน้าที่ทำให้คีย์เปียโนแต่ละคีย์คืนกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิมให้เร็วที่สุด หลังจากผู้เล่นกดคีย์เปียโนไป Loop cord ที่สมบูรณ์จะทำให้คีย์เปียโนคืนกลับตำแหน่งเดิมได้เร็ว ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นเปียโน เล่นเพลงท่อนเร็วๆได้ง่ายและไพเราะ

เนื่องจาก loop cords มีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปีเท่านั้น เมื่อหมดอายุมันจะเริ่มขาดทีละเส้น ทีละเส้น เปียโนที่มี loop cord ขาดอาจยังพอเล่นได้ แต่ ผู้เล่นสามารถรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างในกลไก action ที่ทำงานผิดปกติ การตอบสนองของคีย์เปียโนไม่สม่ำเสมอ เพราะกลไกทำงานได้ไม่เป็นระเบียบ และช้าลงมาก ขาดสมดุลย์ ส่งผลให้ผู้เล่นไม่สามารถคาดเดาการตอบสนองของคีย์ขณะเล่นได้ ซึ่งเป็นผลเสียต่อพัฒนาการของผู้เล่นในระยะยาว

การตรวจสอบ loop cord สามารถทำได้ไม่ยาก ท่านจึงควรตรวจสอบด้วยตนเองว่า เปียโนมือสองที่ท่านซื้อ ได้รับการเปลี่ยน loop cord ทั้ง 88 เส้นแล้วหรือยัง? เท่าที่ี่ผมสังเกตุดู ร้านขายเปียโนมือสองส่วนมากไม่ได้เปลี่ยน loop cord ใหม่ ผมเองก็ไม่ทราบว่าทำไมเขาไม่เปลี่ยน loop cord ให้ลูกค้า เพราะต้นทุนการเปลี่ยนก็ไม่ได้มากมายอะไร อาจเป็นเพราะเขาไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ และส่งผลมากต่อผู้เล่น หรืออาจเพราะเขาไม่มีช่างที่จะมาทำงานด้วย
ท่านจึงควรให้ร้านเปียโนที่ท่านซื้อเปียโนด้วย ชี้ให้ท่านเห็นว่าเขาได้เปลี่ยนเชือกเหล่านี้แล้วจริงๆ และไม่ควรเชื่อเพียงคำพูดลอยๆว่าเขาได้เปลี่ยนเชือกนี้แล้ว

วิธีการในการตรวจง่ายๆ คือ การใช้ไขควงไขสกูร 3 ตัวที่ยึดกลไกอยู่ออก และให้เขาชี้ตำแหน่งที่ตั้งของเส้น loop cards ให้ท่านเห็น loop cord ที่ถูกเปลี่ยนแล้วจะมีสีขาว และมีสภาพใหม่ (Loop cord สีเขียว คือ loop cord เก่าที่ยังไม่ได้รับการเปลี่ยน)

ภาพข้างต้น แสดงจุดที่จะไขสกรูออกด้วยมือ เพื่อถอดกลไก action ถูกนำออกได้ง่ายเพื่อท่านจะสามารถตรวจเส้น loop cord ได้

นอกจากนั้นท่านควรถามร้านเปียโนที่ท่านจะซื้อไปตรงๆว่า เขาได้ซ่อมกลไกส่วนไหนบ้าง? หรือซ่อมสีตัวเปียโนส่วนไหนบ้าง? หรือเปลี่ยนสายทองแดงใหม่เส้นไหน? หรือเปลี่ยนหัวค้อน หรือเปลี่ยนสักหลาด หรือdamper หรือ ชื้นส่วนอื่นๆ ที่จุดไหนบ้าง? และทำอย่างไร? คำถามเหล่านี้จะเป็นประโยชน์มาก เมื่อท่านถามลึกถึงรายละเอียดที่เขาได้ซ่อมเปียโนหลังนี้มา ท่านไม่ควรพอใจกับคำตอบลอยๆ ที่บอกว่าทางร้านได้ซ่อมทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้เปียโนหลังนี้ อยู่ในสภาพพร้อมขายแล้ว

2. สภาพสีภายนอกของเปียโน: ร้านค้ามักใช้คำว่า สภาพดีมาก หรือ สภาพดีทีสุด หรือ สภาพเหมือนเปียโนใหม่ เพื่ออธิบายลักษณะสีภาพนอกของเปียโน แต่ผมแนะนำให้ท่านถามคำถามเหล่านี้กับเขาแทน

– เปียโนหลังนี้มีรอยที่ตำแหน่งใดบ้าง (ปกติมักจะมี)
– มีร่องรอยการซ่อมสีตัวบอดี้ภายนอกของเปียโนที่ไหนบ้าง (ปกติมักจะมี)
– เปียโนหลังนี้ผ่านการพ่นสีใหม่ทั้งหลัง หรือพ่นแค่เพียงบางส่วน หรือแค่ผ่านการขัดด้วยเครื่องขัดเท่านั้น
– มีงานที่ทำด้วยทองเหลืองจุดใดบ้างที่ยังขัดไม่เงา และดูสมบูรณ์ (ปกติมักจะมี)
งานทำสีภายนอกที่ผมเห็นช่างสีที่ปีเตอร์สัน ทำในวันนั้นละเอียดมาก เพราะเขาจะลอกเอาผิวชั้นบนสุดของ polyester ออกก่อน แล้วจึงพ่นใหม่ ต่อด้วยการขัดอีกครั้งด้วยเครื่อง และขัดละเอียดอีกครั้งด้วยมือ ท่านจะไม่พบรอยขีดข่วนใดๆหลังจากทำ ดังภาพตัวอย่างประกอบ 2-3 ภาพข้างล่าง

3. กลไกเปียโน (action) : กลไกเปียโนเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากของเปียโน และเป็นอุปกรณ์ที่ต้องการการเอาใจใส่ และการปรับแต่งด้วยอย่างละเอียดอยู่เป็นระยะๆ หากช่างซ่อมกลไกที่ท่านใช้บริการเป็นช่างที่ไม่มีความสามารถ เปียโนท่ีซ่อมเสร็จอาจมี loss motion มาก หรือท่านจะพบปัญหาคีย์ค้าง หรือปัญหาคีย์ที่สั่นไปมาได้ หรือได้กลไกที่มีีการตอบสนองของคีย์ช้า ท่านควรถามร้านเปียโนไปตรงๆว่า ช่างที่เขาจ้างมาซ่อมเปียโน ผ่านการฝึกหัดมาจากที่ใด ผ่านการอบรมจากสถาบันที่น่าเชื่อถือหรือไม่ และมีประสบการ์ณการทำงานมากี่ปี แล้ว โดยควรถามชื่อช่างที่ซ่อมเปียโนของท่านเอาไว้ด้วย

4. หน้าคีย์สีขาว (White top Key) เป็นของใหม่หรือเปล่า? เท่าที่ผมสังเกตุร้านเปียโนส่วนใหญ่จะเก็บหน้าคีย์เดิมไว้ ไม่ยอมเปลี่ยนใหม่ อย่างไรก็ตาม หน้าคีย์เก่าเหล่านี้มักจะมีรอบขีดข่วน และจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือมีร่องรอยเสียหายอื่นๆ มีภาพแสดงดังนี้

5. หัวค้อนของเปียโนหลังนี้มสภาพอย่างไร ที่ท่านสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าบ้าง? ที่หัวค้อนมีร่องลึกที่เกิดจากการที่หัวค้อนเคาะลงบนสายเปียโนหรือเปล่า? หัวค้อนของเปียโนหลังนี้ได้รับการขัดมาใหม่ (reshaped) และได้รับการปรับแต่งโทนเสียงใหม่ (revoiced) หรือยัง?

หัวค้อนเปียโนที่ผ่านการใช้งานมาแล้วจะมีร่องตรงตำแหน่งที่เคาะกับสาย ขั้นตอนการขัดหัวค้อน (reshaped) หรือ การปรับแต่งโทนเสียง (Revoiced) เป็นขั้นตอนการปรับหัวค้อนจากสภาพเดิมให้ดีขึ้นด้วยการขัด (reshaped) และปรับแต่งผิวรอบหัวค้อน (Revoiced) อย่างระมัดระวัง เพื่อแต่งเสียง และแก้ปัญหาที่เกิดจากหัวค้อน และเพื่อปรับสภาพหัวค้อนให้อยู่ในสภาพดีดังเดิม โดยจะปรับให้จุดที่หัวค้อนตีกับสายมีความเหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุด ร้านเปียโนมือสองที่ดีต้องขัดหัวค้อนทั้ง 88 อันให้ครบ และต้องทำการปรับเสียงที่หัวค้อน (voicing) ใหม่อย่างละเอียดด้วยเพื่อให้ได้เสียงที่มาตรฐาน *ขอขอบคุณ ปีเตอร์สัน เปียโน สำหรับภาพถ่ายของหัวค้อนที่ผ่านการปรับแต่งแล้ว อย่างไร ก็ตามท่านควรทราบด้วยว่า โดยปกติหัวค้อนของเปียโนใหม่ ก็จะมีร่องเล็กๆบนหัวค้อนอยู่เช่นกัน สาเหตุที่เปียโนใหม่มีร่องบนหัวค้อนเหมือนเปียโนที่ผ่านการใช้แล้ว ก็เพราะว่าร่องเล็กๆเหล่านี้เป็นตัวช่วยสร้างโทนเสียงที่เหมาะสม ไพเราะให้แก่เปียโน โรงงานผู้ผลิตเปียโนใหม่จึงได้สร้างเครื่องจักรอัตโนมัติขึ้นมาโดยตั้งไว้ อยู่ข้างหน้าเปียโน เพื่อเล่นคีย์เปียโนซ้ำไปซ้ำมาให้ครบทั้ง 88 คีย์ เป็นเวลาหลายชั่วโมง เพื่อให้เกิดร่องบริเวณหัวค้อนขึื้น และเพื่อสร้างเสียงที่ทางผู้ผลิตเปียโนต้องการ (ภาพข้างบนแสดง หัวค้อนที่ดีของเปียโน yamaha u3 ที่ยังจำเป็นต้องมีร่องเล็กๆ ที่ด้านบนของหัวค้อนอยู่)

6. สักหลาดสีขาวที่เป็นส่วนประกอบของกระเดื่องกลาง (middle pedal หรือ practice pedal) ได้รับการเปลียนใหม่หรือยัง? ร้านเปียโนส่วนใหญ่มักจะไม่ยอมเปลี่ยนสักหลาดนี้ให้ใหม่ กระเดื่อง กลาง (middle Pedal) หรือ practice pedal มีหน้าที่ลดเสียงเปียโนให้เบาลง (Muting) เพื่อท่านจะสามารถซ้อมเปียโนได้โดยไม่รบกวนเพื่อนบ้าน หรือคนที่พักอาศัยอยู่กับท่าน เมื่อท่านเหยียบกระเดื่องนี้ สักหลาดสีขาวลดระดับลงไปอยู่หน้าหัวค้อน เพื่อกันไม่ให้หัวค้อนเคาะที่สายโดยตรง แต่เมื่อท่านใช้เปียโนไปหลายๆปี สักหลาดนี้สามารถเกิดการผิดรูปผิดร่าง และทำงานไม่สมบูรณ์ได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนสักหลาดสีขาวนี้เสมอ เพื่อให้เปียโนสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีเลือกซื้อเปียโนมือสอง ตอน 5 ความหมายของ Recondition Repair Rebuild

In เลือกซื้อเปียโน, piano technical information on June 21, 2011 at 6:49 am

ร้านขายเปียโนมือสองในกรุงเทพ แม้ว่าจะมีอยู่หลายสิบร้าน แต่เราสามารถแบ่งประเภทตามลักษณะของเปียโนได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ร้านที่ขายเปียโนมือสองที่ recondition แล้ว (ซ่อมและปรับปรุงคุณภาพเปียโนก่อน) กับร้านที่ขายเปียโนมือสองแบบตามสภาพ หรือไม่ได้ recondition (ร้านจะทำเฉพาะสีภายนอก และความสะอาดภายใน)

เมื่อพูดถึงคำว่า ซ่อมเปียโน ภาษาไทยใช้คำนี้อธิบายอยู่เพียงคำเดียว แต่ภาษาอังกฤษ มีคำถึง 3 คำที่ใช้กันบ่อยเพื่ออธิบายงานซ่อมเปียโน คือคำว่า “repair” “reconditioning” และ” rebuild” ซึ่งคำภาษาอังกฤษที่เรานำมาพูดทับศัพท์ทั้ง 3 คำ ก็ไม่ได้มีการนิยามอะไรชัดเจนนัก งานซ่อมอย่างหนึ่งจึงอาจต้องใช้คำมากกว่า 1 คำมาอธิบาย ดังนั้นท่านจึงต้องทราบก่อนว่า ช่างจะมีรายการซ่อมอะไรบ้างเมื่อท่านนำเปียโนไปให้เขาซ่อม หรือมีรายการซ่อมอะไรบ้างท่ีช่างได้ทำกับเปียโนมือสองที่ท่านซื้อ การใช้เพียงคำว่าเปียโนหลังนี้ได้รับการ recondition หรือ rebuild แล้วจึงไม่เพียงพอ เพราะคำว่า rebuild ของช่างคนหนึ่งอาจหมายถึงการ recondition ของช่างอีกคนหนึ่งก็อาจเป็นได้

เพื่อความเข้าใจ ผมขออธิบายความหมาย และยกตัวอย่างของแต่ละคำดังนี้

คำว่า “REPAIR” ใช้กับงานซ่อมส่วนใดส่วนหนึ่งของเปียโนที่ได้รับความเสียหาย เช่น ซ่อมหัวค้อน ซ่อมสายที่ขาด หรือซ่อมการทำงานของกระเดื่อง (Pedal) ที่ผิดปกติ ดังนั้นมันจึงไม่ได้หมายถึงการทำให้สภาพของเปียโนทั้งหลังดีขึ้นในภาพรวม แต่เป็นเพียงการซ่อมแซมที่จุดใดจุดหนึ่งโดยเฉพาะเท่านั้น

คำว่า “RECONDITIONING” โดยทั่วไปจะหมายถึงการทำให้สภาพโดยรวมของเปียโนทั้งหลังดีขึ้น โดยมีการเปลี่ยนอะไหล่ระหว่างการซ่อมให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น ยกตัวอย่าง เช่น การ recondition อัพไลท์เปียโนมือสอง อาจประกอบด้วย การขัดหัวค้อน (แทนที่จะเปลี่ยนหัวค้อนทั้งหมด) การบิดสายเบสเพื่อให้เสียงเบสออกมาดีขึ้น (แทนที่จะเปลี่ยนสายใหม่) การทำความสะอาดเปียโนทั้งหลัง การปรับระยะภายในกลไก (regulating the action) และหากมีอะไหล่ส่วนใดที่เสียหรือหายไป ช่างก็จะต้องซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่ใหม่ให้ ดังนั้นการงาน recondition เปียโนหลังใดหลังหนึ่งอาจมีการเปลี่ยน bridle straps ทั้งชุดและอะไหล่เล็กๆที่เกี่ยวข้องกันตามความจำเป็น ส่วนความหมายของคำว่า Rebuilding จะหมายถึงการซ่อมให้เปียโนมีสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด

คำว่า “REBUILDING” ใช้กับงานทีจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนสายเปียโนใหม่ทั้งหมด และสำหรับแกรนด์เปียโนส่วนใหญ่จะหมายถึงงานที่ต้องเปลี่ยน pinblock ด้วย หรือใช้กับงานที่ต้องซ่อม หรือเปลี่ยนซาว์นบอร์ด งาน Rebuild สำหรับกลไกเปียโน (action) จะรวมการเปลี่ยนหัวค้อน การเปลี่ยน damper felts และ เปลี่ยน key bushing ด้วย และอาจหมายถึงการเปลี่ยนอะไหล่ส่วนอื่นๆยกชุดด้วย นอกจากนี้งานซ่อมสีเปียโนก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของงาน rebuilding ได้ด้วยเช่นกัน ในทางทฤษฎี ิ คำว่า “rebuilding” จึงหมายถึงการ ทำให้ เปียโนมีสภาพเหมือนพึ่งออกจากโรงงาน อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติ การ rebuild อาจทำได้น้้อยกว่าทางทฤษฎี เพราะมันขึ้นกับความต้องการของผู้ซ่อม หรือคุณค่าของเปียโนหลังนั้นๆ หรืองบประมาณ หรือความละเอียดถี่ถ้วนของผู้ซ่อม กล่าวโดยสรุปแล้ว งาน rebuilding คือ การเปลี่ยนสายใหม่ทั้งหมด หากเปียโนไม่ได้รับ ปลี่ยนสายใหม่ ทั้งหมด ท่านก็ไม่สามารถใช้คำว่า rebuild ได้ นอกจากนี้ช่างบางท่านอาจใช้คำว่า rebuild เมื่อเขสเปลี่ยน pinblock ใหม่อีกด้วย

วิธีเลือกซื้อเปียโนยามาฮามือสอง ตอน 3 รู้จักเปียโนยามาฮารุ่น UX

In เลือกซื้อเปียโน, Piano Buyer Guide on May 16, 2011 at 7:40 am
YAMAHA UX300 มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูหรูหรา สวยงาน และมี Music Desk ขนาดใหญ่

YAMAHA UX300 มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูหรูหรา สวยงาน และมี Music Desk ขนาดใหญ่

วิธีเลือกซื้อเปียโนยามาฮามือสอง

ตอนรู้จัก YAMAHA UX-series

เปียโน UX series เป็นเปียโนอัพไลท์รุ่นที่มีคุณภาพสูงสุดของยามาฮา ยามาฮาได้ออกแบบเปียโนในซีรีย์นี้ใหม่เพื่อให้แตกต่างจากรุ่น U series เพื่อให้มีคุณภาพเสียง และทัชชอ่งที่ดีกว่าเพื่อแข่งขันกับเปียโนยุโรปที่มีคุณภาพสูง

เปียโน UX series นอกจากจะได้รับการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงาม เช่น มีที่วางโน๊ตขนาดใหญ่ที่สามารถวางโน๊ตเพลงได้หลายแผ่นต่อกัน หรือมีช่องด้านหน้าให้เสียงออก หรือมีการออกแบบรูปร่างภายนอกให้โค้งมนดูสวยงามมีราคา หรือมีการเดินขอบลายไม้ด้านข้างบริเวณที่วางโน๊ตอย่างสวยงามแล้ว ยังได้รับการออกแบบที่่สลับซับซ้อนกว่า และใช้วัสดุที่ดีกว่าเปียโนยามาฮารุ่น U1 และ U3

เสียงของเปียโน UX-series มีความทุ้ม ดังกังวาล และมีหางเสียงที่ยาว เคล็ดลับของเสียงที่ไพเราะนี้ คือ โครงสร้างด้านหลังที่ออกแบบให้มีเสาในแนวขวางเพิ่ม ซึ่งผมขอเรียกมันว่าโครงสร้างรูป X-shapeเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างของเปียโน

โครงสร้างรูป X-shape ด้านหลังเปียโน เพิ่มความแข็งแรงให้เปียโนรุ่น UX series

โครงสร้างรูป X-shape ด้านหลังเปียโน เพิ่มความแข็งแรง ให้เปียโนรุ่น UX series

เป็นที่ทราบกันดีว่าแรงดึงของสายเปียโนทุกสาย หากรวมกันอาจสูงถึง 20 ตัน โดยแรงดึงจำนวนมหาศาลนี้กดลงที่โครงสร้างหลักของเปียโนเป็นส่วนใหญ่ คือ โครงเหล็กหล่อ และเสาที่อยู่ด้านหลังเปียโน

ในแคตตาล๊อคของรุ่น UX ยามาฮาเขียนถึง โครงสร้างรูป X-shape ของรุ่น UX-series ว่า โครงสร้างนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวเปียโนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ซาว์นบอร์ดของเปียโน UX สั่นได้อย่างอิสระมากขึ้น ซึ่งช่วยให้เสียงกลาง เสียงสูง และเสียงในทุกความถี่ มีความดังและมีความไพเราะมากขึ้น

แต่สำหรับผมแล้ว แม้ว่าผมจะได้ทดลองเล่นเปียโนรุ่น UX-series มาหลายรุ่นแล้ว แต่ผมไม่รู้สึกว่าโครงสร้างรับแรงรูป X-shape จะเพิ่มความแข็งให้กับเปียโน หรือช่วยให้เสียงของเปียโน UX ดีขึ้นแต่อย่างใด ผมกลับเห็นว่าโครงสร้างเดิมที่มีเสาตรงด้านหลังหลายเสาค้ำอยู่ ก็มีความแข็งแรงมากพออยู่แล้ว

ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้เสียงของเปียโนรุ่น UX-series ดีกว่ารุ่น U1 และ U3 คือ การออกแบบภายใน และการผลิตที่แตกต่าง และละเอียดซับซ้อนกว่า อย่างไรก็ดีการกล่าวอ้างนี้ เป็นเรื่องที่พิสูจน์้ยาก แต่หากยามาฮาเชื่อในโครงสร้าง X-shape จริงๆแล้ว ยามาฮาคงจะเปลี่ยนเปียโนทุกรุ่นของเขามีโครงสร้างแบบนี้ทั้งหมด แต่ตลอดยี่สิบปี่มานี้เปียโนรุ่น U1 และ U3 ก็ยังคงมีโครงสร้างรับแรงด้านหลังแบบเดิม แต่ตรงกันข้ามยามาฮากลับหยุดผลิตโครงสร้าง X-shape ไปแล้ว

เมื่อท่านเลือกซื้อเปียโน ท่านจึงไม่ควรเชื่อสิ่งที่ผู้ผลิตกล่าวอ้างทุกอย่าง เพราะรายละเอียดที่อยู่ในแคตตาล๊อคอาจเป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาดเท่านั้น ตรงกันข้ามท่านควรลอง เล่นเปียโนด้วยตนเองให้มากที่สุด โปรดจำไว้ว่า ” เปียโนที่ดีจะแสดงลักษณะเฉพาะตัวออกมาเมื่อท่านได้เล่น ซึ่งท่านจะทราบในทันที โดยไม่จำเป็นต้องให้ใครมาอธิบายเพิ่มเติม”

เนื่องจากเปียโนในซีรีย์ UX เป็นเปียโนรุ่นพิเศษซึ่งมีคนรู้จักน้อย และปัจจุบันยังหยุดการผลิตไปแล้วเปียโนรุ่นนี้จึงมักถูกมองข้ามไป ไม่เหมือนกับรุ่น U1 และ U3 ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย ดังนั้นราคาขายต่อจึงตกลงมาก ยามาฮารุ่น U series

ขนาดของ Yamaha UX
ความสูง 131 ซม
ความยาว 153.5 ซม
ความลึก 65ซม

สำหรับรุ่น UX300 และ UX 500 จะออกแบบพิเศษให้มี Agraff ในเสียงช่วงกลาง และตำ่เพื่อล๊อคสายเปียโนไม่ให้เคลื่อนจากตำแหน่งที่ออกแบบหัวค้อนเปียโนจึงสามารถตีลงได้ถูก ตำแหน่งอย่างแม่นยำ ทำให้ได้โทนและน้ำหนักเสียงที่ตามต้องการ

Agraffes ช่วยล๊อคตำแหน่งของ้สาย ทำให้หัวค้อนเคาะลงที่ตำแหน่งเดิม

Agraffes ช่วยล๊อคตำแหน่งของ้สาย ทำให้หัวค้อนเคาะลงที่ตำแหน่งเดิม

โครงสร้างรูป X-shape ด้านหลังเปียโน เพิ่มความแข็งแรงให้เปียโนรุ่น UX series

โครงสร้างรูป X-shape ด้านหลังเปียโน เพิ่มความแข็งแรงให้เปียโนรุ่น UX series

ตารางแสดงรุ่น ปีผลิต และหมายเลขเครื่อง ของ เปียโนยามาฮา รุ่น UX* (YAMAHA UX MODEL INDEX)

UX-SERIES

YEAR SERIAL NO.
UX

1975-1980

2,0xx,xxx-3,1xx,xxx

YUA

1978-1980

2,7xx,xxx-3,6xx,xxx

YUX

1980-1982

3,2xx,xxx-3,7xx,xxx

UX1, UX3

1982-1988

3,7xx,xxx-4,5xx,xxx

UX5

1982-1988

3,7xx,xxx-4,5xx,xxx

UX10BL, UX30BL

1980-1990

4,5xx,xxx-4,8xx,xxx

UX50BL

1980-1990

4,9xx,xxx-5,2xx,xxx

UX10A, UX30A

1990-1994

4,9xx,xxx-5,2xx,xxx

UX50A

1990-1994

4,8xx,xxx-5,2xx,xxx

UX100, UX300

1994-1998

5,3xx,xxx-5,5xx,xxx

UX500

1994-1998


5,3xx,xxx-5,5xx,xxx

*ขอขอบคุณข้อมูลจาก ปีเตอร์สัน เปียโน แกลเลอรี่

วิธีเลือกซื้อเปียโนมือสองยามาฮา ตอน 2 คุณภาพของเปียโนยามาฮาที่ในประเทศอินโดนีเซีย

In เลือกซื้อเปียโน, Piano Buyer Guide on May 16, 2011 at 4:59 am
เปียโน YAMAHA JX113CP-PM

เปียโน YAMAHA JX113CP-PM

วิธีเลือกซื้อเปียโนมือสองยามาฮา ตอน 2 คุณภาพของเปียโนยามาฮาที่ในประเทศอินโดนีเซีย

โรงงานผลิตเปียโนยามาฮามีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก เช่น ญีุ่่ปุ่น อินโดนีเซีย จีน แม๊กซิโก ไต้หวัน อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา หลายท่านคิดไปเองว่าเปียโนยามาฮาทุกรุ่นจะต้องผลิตใน
ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น บางท่านถึงขนาดไม่ทราบด้วยซ้ำว่า เปียโนยามาฮาที่เขาซื้อไปและตั้งอยู่ที่บ้านแล้วเป็นเปียโนที่ทำในประเทศอินโดนีเซีย

โรงงานยามาฮาในเมือง Hammamatsu ประเทศญี่ปุ่นจะผลิตเฉพาะเปียโนรุ่นทีมีคุณภาพสูงเท่านั้น เช่น แกรนด์เปียโน รุ่น S-Series, C-Series และ อัพไลท รุ่น U1 และ U3 และ YUS

“Larry Fine” ได้เขียนอธิบายคุณภาพของเปียโนที่ผลิตจากประเทศญีุ่่ปุ่นไว้ในหนังสือ the piano book ของเขาว่า

” ความรู้ทางด้านวิศวกรรมและการจัดการโรงงานของประเทศญี่ปุ่น จัดว่าได้รับการยอมรับจากทั่วโลกอย่างกว้างขวางว่าล้ำหน้าประเทศอื่นๆไปมาก โรงงานในประเทศญี่ปุ่นมีเครื่องจักร
ที่เดินเครื่องแบบอัตโนมัติมากกว่าที่อื่นๆในโลก เช่นเดียวกันเปียโนที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่นก็เป็นเปียโนที่มีคุณภาพดี มีมาตรฐานสม่ำเสมอ และด้วยความที่เปียโนญี่ปุ่น
ได้รับการออกแบบให้จูน และเซอร์วิสง่าย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมทั่วโลกจึงยอมรับในคุณภาพของเปียโนที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น”

ตรงกันข้าม “Larry Fine” ได้อธิบายคุณภาพของเปียโนที่ผลิตในประเทศจีน และอินโดว่า

“แม้ว่าปัจจุบันเปียโนหลายยี่ห้อที่ผลิตในประเทศจีนจะได้รับการยอมรับมากขึ้น แต่เปียโนเหล่านั้นส่วนใหญ่ยังคงมีปัญหาเรื่องการควบคุมคุณภาพอยู่ไม่ต่างจากเดิมนักช่างยังคงต้องใช้
เวลาอย่างมากเพื่อปรับเปียโนให้อยู่ในสภาพที่พอใช้ได้ก่อนส่งให้ลูกค้าที่ซื้อบางครั้งถึงขนาดต้องส่ง กลับไปซ่อมที่จีนเปียโน เปียโนที่ผลิตในประเทศจีนจึงไม่เหมาะกับ
คนที่ตั้งความหวังด้านคุณภาพเอาไว้สูง นอกจากนี้การรับประกันคุณภาพของเปียโนที่ผลิตในจีนยังไม่ดีเลยอีกด้วย”

และ

“เปียโนที่ผลิตในประเทศจีน และอินโดมีคุณภาพแย่มาก และไม่ควรซื้อไม่ว่าเพื่อวัตุประสงค์ใดทั้งสิ้น”
ผมได้อ่านข้อความข้างนี้จาก http://www.uk-pianos.org ซึ่งเป็น Forum ที่ช่างซ่อมเปียโนชาวอังกฤษเข้ามาพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆในอุตสาหกรรมด้านเปียโน
หลายครั้งที่ผมอ่านพบความเห็นของช่างเปียโนเหล่านั้น ที่มีต่อเปียโนยามาฮาที่ผลิตในอินโด เช่น

“แม้ว่าเปียโนรุ่น U1J ที่ผลิตในอินโดจะใช้โครงสร้างแบบเดียวกับเปียโนรุ่น U1 ที่ผลิตญี่ปุ่นอย่างแน่นอนแต่งานผลิตที่ออกมาดู จะเป็นงานราคาถูก และไม่มีความแข็งแรงเลย”

และ

“สิ่งที่ทำให้เปียโนรุ่น JU-109 และ JX-113 มีีคุณภาพแย่ คือ การที่มันใช้ซาว์นบอร์ดที่ทำจากไม้อัดแม้ว่าพนักงานขายเปียโนจะอธิบายให้ท่านฟังว่า ไม้อัดเหล่านั้นจะทำมาจากไม้ชั้นบางๆ
หลายๆชั้น (Laminated wood) เพื่อให้เปียโนทนกับอุณหภูมิและความชื้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม้อัดก็คือไม้อัด อยู่วันยังค่ำ และทุกคนในโลกสามารถฟัง และสังเกตุถึงคุณภาพ
เสียงที่แตกต่างกันของเปียโนที่ซาง์นบอร์ดทำจากไม้อัด และเปียโนที่ซาว์นบอร์ดทำจากไม้แท้ (Solid Sprice Soundboard) ได้อย่างง่ายดาย
“แม้ว่าการใช้ไม้อัดจะทำให้เปียโนมีราคาถูกลง (การผลิตซาว์นบอร์ดที่ทำจากไม้แท้มีขั้นตอนที่ยากและมีราคาแพงกว่ามาก)แต่ผมมั่นใจว่าผู้ซื้อเปียโนทุกคนต่างต้องการเปียโนที่ให้เสียง
ที่ไพเราะ และผมคิดว่าเสียงเปียโนรุ่น JU-109 และ JX-113เหมือนเสียงจากเปียโนที่ใช้กระดาษแข็งมาทำเป็นซาว์นบอร์ด เพราะเสียงเบสของมันทึบมากๆ”

เป็นข้อเท็จจริงเสมอว่า “เปียโนที่มีคุณภาพดีจะต้องใช้ซาว์นบอร์ดที่ทำมาจากไม้สนจริงๆเสมอ (Solid Spruce Soundboard) ”

Larry Fine ได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้เช่นกัน ว่า

“วิธีการผลิตเปียโนที่สืบต่อกันมานานตั้งแต่โบราณ ล้วนบอกไว้เหมือนกันว่าต้องใช้ไม้ที่ตัดมาจากต้นสนมาทำซาว์นบอร์ดเปียโนไม้สนเป็นไม้คุณภาพดี มีของลายไม้ที่ตรง มีความแข็งแรง
และในขณะเดียวกันก็มีความยืดหยุ่นอยู่ในตัว ดังนั้นจึงเหมาะที่จะนำมาใช้ทำเครื่องดนตรีีที่เน้นคุณภาพ มากกว่าวัสดุอื่น เครื่องดนตรีที่กล่าวถึงนี้นอกจากเปียโนแล้ว ไม้สนยังใช้ในการ
ทำไวโอลิน และเครื่องสายคุณภาพดีอื่นๆอีกด้วย ”

YAMAHA JU109PE

YAMAHA JU109PE

ผู้ผลิตเปียโนทราบดีมีลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่ชอบเปียโนขนาดเล็ก และต้องการซื้อเฉพาะเปียโนที่มีขนาดเล็กเท่านั้น เพราะเปียโนขนาดใหญ่เมื่อวางภายในบ้านแล้ว ดู เกะกะ ไม่สวยงาม และไม่เข้ากับเฟอร์นิเจอร์อื่นภายในบ้าน ลูกค้ากลุ่มนี้จะได้สนใจเรื่องคุณภาพเปียโนเท่าไหร่ท่านควรตระหนักไว้ว่า เปียโนที่มีขนาดใหญ่นั้นไม่ได้ใหญ่เพียงขนาดเท่านั้น แต่มันมีคุณภาพ
ดีกว่าเปียโนขนาดเล็กมาก

Larry ได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า

“ขนาดของเปียโนน่าจะเป็นตัวแปรที่มีผลต่อคุณภาพเสียงมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแกรนด์หรืออัพไลท์เปียโน เพราะสายที่ยาวขึ้นโดยเฉพาะสายเบสจะทำให้เสียงเปียโนหนักแน่น
ดังกังวาลขึ้น และมีเนื้อเสียงที่ประสานกันได้ดีกว่า ซึ่งสร้างความไพเราะให้แก่ผู้ฟัง “เสียงของเปียโนขนาดเล็กจะมีคุณภาพที่แย่มาก โดยเฉพาะในช่วงเสียงเบสและเสียงกลางซึ่งต่อจาก
เสียงเบส”
อย่างไรก็ดีหากท่านซื้อเปียโนยามาฮาที่ผลิตในอินโดไปแล้ว และท่านต้องเรียนเปียโนในระดับที่สูงขึ้น ท่านมีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนเปียโนหลังใหม่อย่างแน่นอน ดังนั้นเมื่อท่านต้อง
เลือกซื้อเปียโน ผมขอแนะนำให้ท่านซื้อเฉพาะเปียโนที่มีขนาดความสูงอย่างน้อย 121 ซม ขึ้นไป

ข้อมูลต่อไปนี้ เป็นขนาดของเปียโนรุ่นต่างๆ ของยามาฮา รุ่นที่ผลิตจากประเทศอินโดนีเซีย

รุ่น – ความสูง / ความยาว/ ความลึก
JU109 – 109/148/54
LU109 – 109/148/54
JX – 113/149/53
LX-110/149/53
U1J- 121/152/61

วิธีเลือกซื้อเปียโนยามาฮามือสอง ตอน 1 ข้อดีของเปียโนมือสอง

In เลือกซื้อเปียโน, Piano Buyer Guide on May 16, 2011 at 4:49 am

วิธีเลือกซื้อเปียโนยามาฮามือสอง ตอน 1 ข้อดีของเปียโนมือสอง

สำหรับคนที่กำลังเลือกซื้อเปียโนแล้วคงไม่มีใครมองข้ามยี่ห้อยามาฮาไป เปียโนที่เราเห็นบ่อยที่สุดตามโรงแรม ตามสถาบันดนตรี วิทยาลัยดนตรีคือยามาฮา อาจเพราะราคาเริ่มต้นที่ไม่สูงมาก (เปียโนอัพไลท์ของยามาฮามีราคา 129,000-460,000 บาท แกรนด์เปียโนมีราคา 449,000 บาท-6,000,000 บาท) ถึงแม้ว่ายามาฮาจะเป็นเปียโนที่มีคุณภาพโดยรวมในระดับกลาง มีโทนเสียงแข็งๆ ห้วนๆ แต่ก็ถือว่าเป็นเปียโนที่มีทัชชิ่งดี ทนทาน และเซอร์วิสง่าย จึงไม่น่าแปลกใจที่จะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เหมือนสินค้าญี่ปุ่นประเภทอื่นๆที่ตอบโจทย์คนส่วนใหญ่ได้ดี

เปียโนมือสองถึงแม้ว่าจะถูกใช้งานมาแล้ว แต่ถ้ามันเป็นเปียโนที่ออกแบบมาอย่างดี ใช้วัสดุดี มีโครงสร้างแข็งแรง และผลิตโดยช่างที่มีความสามารถและมีความละเอียดอย่างช่างชาวญี่ปุ่น มันก็สามารถมีอายุการใช้งานได้นานถึง 50 ปี หลังจากนั้นหากท่านซ่อมและดูแลมันอย่างดี ท่านก็จะสามารถใช้งานมันต่อได้อีก 50 ปี แตกต่างจากเปียโนราคาถูกในปัจจุบันที่ผลิตจากประเทศจีน เกาหลี และอินโดนีเซียที่มีอายุการใช้งานสั้นมาก เปียโนเหล่านั้นมีโครงสร้างที่ไม่แข็งแรง ใช้วัสดุที่มีคุณภาพต่ำ ไม่ทนทาน

เมื่อคิดถึงเปียโนมือสองแล้ว มีหลายคนที่จะนึกถึงภาพเปียโนที่เก่า ที่ทรุดโทรม มีคุณภาพแย่มากเท่านั้น แต่ความจริงแล้วเปียโนใช้แล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นตลอด เปียโนใช้แล้วหลังนั้นอาจจะดูเก่าแต่ก็ยังสามารถใช้งานได้ดีอีกหลายสิบปี หรือเปียโนหลังนั้นอาจต้องการการซ่อมแซมแค่เพียงเล็กน้อยเพื่อให้มันอยู่ในสภาพดี
พร้อมใช้งาน หรือเปียโนใช้แล้วหลังนั้นอาจมีสภาพเหมือนเปียโนใหม่เพราะใช้งานมา
ไม่กี่ปี แต่เจ้าของเดิมมีความจำเป็นต้องขายเพราะอาจต้องการย้ายบ้าน หรือต้องการเปลี่ยนเปียโนหลังใหม่ เปียโนเก่าหลังนั้นอาจเป็นเปียโนที่ถูกซ่อมแบบยกเครื่อง (Rebuild) 
โดยใช้ช่างที่เก่ง และมีความสามารถสูง และมีสภาพที่สมบูรณ์มาก ซึ่งหลังซ่อมเสร็จ เปียโนหลังนั้น
อาจดีกว่าเปียโนใหม่ด้วยซ้ำ

ช่วงแรกที่ผมมีแผนจะซื้อเปียโนหลังใหม่ ผมเริ่มตระเวณลองเปียโนทั่วกรุงเทพทั้งร้านที่ขายเปียโนใหม่ และมือสอง ในเวลานั้นผมตั้งงบประมาณไว้ไม่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท เปียโนใหม่ที่อยู่ในงบนี้ จะเป็นเปียโนใหม่ที่ผลิตในจีน อินโดนีเซีย เกาหลี ผมจึงไปลองมาจนหมดทุกยี่ห้อ แต่ผมไม่พบเปียโนใหม่หลังไหนเลย ที่ดีีเท่าเปียโนมือสองของยามาฮารุ่น U3 ร้านขายเปียโนที่ผลิตในจีน หรือเกาหลี มักจะอ้างว่าเปียโน(ที่ผลิตในจีน) ของเขาเกี่ยวข้องกับยี่ห้อเปียโนที่มีชื่อเสียงในประเทศเยอรมันต่างๆ เช่น ออกแบบโดยโรงงานเปียโนในประเทศเยอรมัน หรือควบคุมคุณภาพการผลิตโดยวิศวกรชาวเยอรมัน หรือใช้วัสดุนำเข้าจากประเทศเยอรมัน แต่ผมถือหลักการง่ายๆว่า หากเปียโนหลังนั้นดี เมื่อผมเล่นเปียโน ผมจะต้องรู้สึกได้ในทันที โดยไม่จำเป็นต้องฟังข้อมูลมากมายแต่อย่างใด เสียงของเปียโนจีนฟังดูแปร่งๆมากสำหรับผม เนื้อเสียงไม่ไพเราะ แถมยังมีีทัชชิ่งแปลกๆ ไม่สม่ำเสมอ โดยรวมการผลิตดูเป็นงานหยาบๆ

สิ่งที่ท่านควรทราบก่อนออกเลือกซื้อเปียโนมือสอง

เฉพาะในกรุงเทพมีร้านขายเปียโนมือสองอยู่มากกว่าสิบร้าน ธุรกิจนี้จึงมีการแข่งขันสูง ระหว่างที่ผมเลือกซื้อเปียโน ผมได้ไปลองที่ร้านขายเปียโนมือสองหลายแห่ง แต่ผมพบแค่ 3 ร้านเท่านั้นที่ให้ข้อมูลตรงไปตรงมาดี ส่วนใหญ่ผมพบว่าพนักงานขายเปียโน (หรือเจ้าของก็ไม่ทราบ) ให้ข้อมูลที่สับสน ฟังแล้วดูไม่มีเหตุผล ต้องการเพียงแค่ขายของที่มีอยู่ในร้าน บางร้านถึงกับหลอกลูกค้าว่าเปียโนมือสองที่ไม่ผ่านการซ่อมมาเลย (หรือเปียโนมือสองแบบตามสภาพ) ดีกว่าเปียโนที่ผ่านการซ่อมโดยช่างที่มีความสามารถ หรือเปียโนที่ไม่ผ่านการปรับกลไก (regulation) มาก่อน หรือไม่ต้องเปลี่ยน อะไหล่ดีกว่าเปียโนที่ผ่านการซ่อมแล้ว

ร้านเปียโนร้านนั้น มีช่างที่จะทำเปียโนให้ดีก่อน (ความจริงเปียโนมือสองจำเป็นต้องซ่อมก่อน เพื่อให้เปียโนทำงานได้ดีใกล้เคียงเปียโนใหม่ การซ่อมนี้ไม่ใช่เป็นการ Overhaul ยกเครื่องใหม่ทั้งหมด เพราะส่วนประกอบที่เป็นไม้ หากเก็บรักษาดี หลังจาก recondition เปียโนก็จะสามารถใช้งานได้อย่างดี ไปอีกนานหลายสิบปี) บางร้านถึงขนาดหลอกลูกค้า โดยบอกอายุเปียโนน่้อยกว่าความจริงเป็นสิบปี บางร้านถึงขนาดปลอมรุ่นและ หมายเลขเครื่องที่ตัวเปียโนยามาฮาเพื่อหลอกลูกค้าให้เชื่อว่าเปียโนหลังนั้นมีอายุการใช้งานน้อย

เพื่อนผมที่เป็นครูสอนเปียโนด้วยกันเคยเล่าให้ฟังว่า ลูกศิษย์ของเขาได้ไปซื้อเปียโนยุโรปใหม่จากร้านเปียโนร้านหนึ่งมาในราคา 180,000 บาท หลังจากเพื่อนผมไปสอนเปียโนที่บ้านนักเรียนคนนี้ ลูกค้าจึงค่อยทราบว่าเปียโนหลังนั้นเป็นเปียโนเก่า และไม่ใช่เปียโนยุโรปตามที่ผู้ขายบอก และเป็นเปียโนมือสองที่ทำในญี่ปุ่น ที่มียี่ห้อเป็นภาษอังกฤษ ซึ่งราคาตลาดขายกันเพียง 60,000-70,000 บาทเท่านั้น

ไม่ใช่ทุกร้านจะเป็นเช่นนั้น ผมเห็นร้านเปียโน 2 ร้านที่ให้ข้อมูลอย่างโปร่งใส ตรงไป ตรงมา และอธิบายอย่างผู้รู้จริง มีหลัก มีเหตุผล ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันตัวท่านเอง ท่านจำเป็นต้องทราบข้อมูลหลักๆที่สำคัญก่อนที่จะเลือกซื้อเปียโน เพื่อท่านจะ ได้ข้อตกลงที่ดีที่สุด และเสียดายเงินที่จ่ายไปจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด

วิธีเลือกซื้อเปียโนยามาฮามือสอง ตอน 4 รู้จัก YAMAHA U1 และ U3

In เลือกซื้อเปียโน, Piano Buyer Guide, Piano Comments, Piano General on May 16, 2011 at 2:14 am

วิธีเลือกซื้อเปียโนมือสองยามาฮา
ตอน YAMAHA U1 และ U3

YAMAHA รุ่น U300 เปียโนรุ่นมาตรฐานของยามาฮาผลิตในประเทศญี่ปุึ่น

YAMAHA รุ่น U3 เปียโนรุ่นมาตรฐานของยามาฮาผลิตในประเทศญี่ปุึ่น

สิ่งแรกที่ทำให้ผมสะดุดตาภายในโชว์รูมยามาฮา ตอนที่ผมมีโอกาสไปลองเปียโน คือ ราคา และโปรโมชั่นผ่อน 0% ของเปียโนใหม่รุ่น JX-109 และ JX-113 ราคาของเปียโนใหม่ทั้ง 2 รุ่นดูไม่แพง และใกล้เคียงกับราคาของเปียโนใช้แล้วรุ่น U1 และ U3 ที่ผมสนใจอยู่มาก เแต่หลังจากที่ผมได้ลองเล่นแล้ว ผมพบว่ามันเป็นเปียโนทั้ง 2 รุ่นนี้มีคุณภาพแย่มาก เทียบไม่ได้เลยกับเปียโนมือสองของยามาฮารุ่น U1 และ U3

ปัจจุบันยามาฮามีโรงงานผลิตเปียโนในประเทศจีน อินโดนีเซีย แม๊กซิโก และไต้หวัน ลูกค้าหลายท่านอาจคิดไปเองว่าเปียโนยามาฮาทุกรุ่น ผลิตในประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปในโชว์รูมยามาฮาที่อยู่ใกล้เขาที่สุด และซื้อเปียโนรุ่น JU-109 หรือ JX-113 ทันทีพร้อมกับคาดหวังว่าเขาได้ซื้อเปียโนที่มีคุณภาพสูงในราคาถูก ในความเป็นจริงแล้ว เปียโนรุ่นที่ดีที่สุดเท่านั้น เช่น เปียโนอัพไลท์ รุ่น U1, U3 และ YUS และแกรนด์เปียโนรุ่น C1,C2,C3,C5,C7, CFIIIS เท่านั้นที่ผลิตในประเทศญี่ปุ่น เปียโนรุ่นอื่นๆนอกจากนี้ ไม่ได้ผลิตในประเทศญี่ปุ่น

Larry fine ผู้แต่งหนังสือ the piano book ได้พูดถึงประสบการ์ณของเขากับเปียโนยามาฮารุ่นเล็กว่า

“เขาพบว่ามีเปียโนยามาฮารุ่นเล็กจำนวนหนึ่งที่มีคีย์เปียโนที่บิด และผิดรูปไปจากเดิม อาการนี้ทำให้ช่างไม่สามารถปรับระดับคีย์ (key leveling) หรือปรับกลไกได้ (Regulation) จากบันทึกการผลิตของยามาฮา คีย์เปียโนเหล่านั้นนำเข้าจากโรงงานยามาฮาในประเทศจีน”

“มีช่างเปียโนหลายคนที่เขารู้จักบอกว่า สาเหตุที่เแกรนด์เปียโนยามาฮารุ่น GH1 และ GP1(แกรนด์เปียโนรุ่นนี้ผลิตในอินโดนีเซีย ยาว 5 ฟุต 3 นิ้ว) บางหลังมีเสียงแย่ และจูนเสียงยาก นั้นมาจากการวัดขนาดที่ผิด”

ประการหลักการเลือกซื้อเปียโนที่ผมคิดว่ามีความสำคัญที่สุด คือ ต้องไม่เลือกซื้อเปียโนที่ผลิตจากโรงงานในประเทศจีน หรือ อินโดนีเซีย เพราะเปียโนที่ผลิตจากโรงงานเหล่านั้นล้วนทำมาเพื่อขายในราคาถูก การผลิตเปียโนเหล่านั้นจึงเน้นเรื่องของการประหยัดต้นทุน มากกว่าคุณภาพ สายการผลิตถูกออกแบบให้ง่ายและใช้เวลาน้อย เพื่อให้ได้จำนวนมากๆ การเลือกใช้วัสดุก็จะใช้วัสดุที่มีราคาถูก ไม่ใช่วัสดุที่มีคุณภาพดีที่มีความทนทาน การควบคุมคุณภาพการผลิตก็ทำได้ยาก เพราะใช้แรงงานที่มีราคาถูก ท่านจึงต้องให้ความสนใจถึงสถานที่ตั้งของโรงงานเสมอ

ประการที่สอง ท่านยังต้องระวัง คำโฆษณาว่า “Germany Scale” “Selected by ……” “by ………… ” “designed in Japan (or Germany) ” หรือ “Imported from Japan (or Germany)” หรือ “made with German parts” ด้วย เพราะคำเหล่านั้นไม่ได้หมายความว่าเปียโนหลังนั้นจะทำในประเทศญี่ปุ่น หรือในเยอรมันจริงๆ แต่ท่านควรตั้งคำถามตรงๆกับพนักงานขายว่า โรงงานที่เปียโนหลังนั้นตั้งอยู่ในประเทศอะไร และถ้าคำตอบไม่ใช่ ประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศในยุโรป เช่น เช็ค เยอรมัน ออสเตรีย อิตาลีแล้ว ผมแนะนำว่าท่านอย่าซื้อ

Larry Fine ผู้แต่งหนังสือ The Piano Book ได้กล่าวอีกว่า

“หากท่านมีเงินไม่พอที่จะซื้อเปียโนคุณภาพดีในเวลานี้ และท่านไม่สามารถหาแผนการผ่อนชำระ หรือเงินกู้ได้ ท่่านก็ควรจะสะสมเงินต่อไปจนกว่าจะพอที่จะซื้อเปียโนที่ท่านต้องการจริงๆ แทนที่จะฝืนซื้อเปียโนคุณภาพไม่ดี ที่ท่านไม่ต้องการ และใช้ได้อีกไม่นานก็เสีย นอกจากนี้เปียโนที่มีคุณภาพต่ำยังทำให้คุณต้องเสียค่าดูแลรักษา และซ่อมแซมมากกว่าในระยะยาวอีกด้วย ที่สำคัญกว่านั้นเปียโนที่มีคุณภาพต่ำ จะทำให้คุณหมดความกระตือรือร้นในการเล่นเปียโนไปในที่สุด “

YAMAHA รุ่น U series

โรงงานผลิตเปียโนที่ดีที่สุดของยามาฮา คือ โรงงานที่ตั้งอยู่ ในเมือง Hamamatsu ประเทศญี่ปุ่น และโรงงานนี้ผลิตเปียโนยามาฮารุ่น U1 และ U3 ดังนั้นมาตรฐานการสร้างของเปียโนทั้ง 2 รุ่นนี้จึงอยู่ในระดับมาตรฐาน ทั้งการออกแบบ และการผลิต โดยให้น้ำหนักทั้งเรื่องต้นทุนการผลิต และคุณภาพเปียโนเท่าๆกัน แม้ว่า U series ของยามาฮาจะผลิตออกมาจำนวนมากๆ หรือที่เรียกว่า mass production แต่ยามาฮาก็ยังสามารถให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆได้เป็นอย่างดี แม้ว่าอาจจะมีจุดบกพร่องบ้าง แต่เปียโนส่วนใหญ่ก็สามารถผลิตได้มาตรฐาน เปียโนยามาฮารุ่น U1, และ U3 เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของยามาฮา เหมาะสำหรับใช้ฝึกซ้อมที่บ้าน หรือสถาบันดนตรี

YAMAHA U series แบ่งเป็น 3 รุ่น ได้แก่

YAMAHA U1 ความสูง 121 ซม / ความยาว 150 ซม / ความลึก 65 ซม (เปียโนใหม่รุ่นนี้ ราคา 299,000 บาท)

YAMAHA U2 มีความสูง 127 ซม/ ความยาว 150 ซม / ความลึก 65 ซม (ยามาฮาหยุดการผลิตเปียโนรุ่นนี้แล้ว)
YAMAHA U3 ความสูง 131 ซม / ความยาว 153.5 ซม / ความลึก 65 ซม (เปียโนใหม่รุ่นนี้ ราคา 349,000 บาท)

ด้วยมาตรฐานการผลิตที่เที่ยงตรงของโรงงานยามาฮาที่ตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น หากเปียโนเหล่านั้นได้รับการซ่อมจากช่างที่ดี ก็จะสามารถคงคุณภาพที่ดีเช่นนี้ต่อไปได้อีกมากกว่า 50 ปี สำหรับท่านที่มีงบประมาณ 70,000-250,000 บาท ผมจึงขอแนะนำว่าเปียโนยามาฮาใช้แล้วรุ่น U1 และ U3 น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่หากท่านมีงบประมาณ มากกว่า 250,000 บาท นอกจากเปียโนยามาฮาแล้ว ท่านยังมีเปียโนยุโรปใหม่อีกหลายยี่ห้อเป็นทางเลือก ไว้มีโอกาส ผมจะได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป

เปียโน Yamaha U1 และ Yamaha U3 แตกต่างกันอย่างไร?

เปียโนทั้งสองรุ่นนี้ผลิตจากโรงงานในเมือง Hamamatsu ประเทศญี่ปุ่น มีคุณภาพการสร้างแบบเดียวกัน ใช้วัสดุที่มีคุณภาพเท่ากัน และใช้ช่างที่มีทักษะสูง สิ่งที่แตกต่างกันของทั้ง 2 รุ่นมีเพียงอย่างเดียว คือ ยามาฮารุ่น U3 มีความสูงกว่ายามาฮารุ่น U1 อยู่ 10 ซม. YAMAHA U3 จึงสามารถใส่สายที่ยาวกว่า และมีพื้นที่ซาว์นบอร์ดที่ใหญ่กว่า YAMAHA U1

สายที่ยาวกว่านี้ทำให้เปียโนยามาฮา U3 มีเสียงที่ทุ้ม เต็ม และสม่ำเสมอกว่า U1 โดยเฉพาะช่วงเบส (bass) เปียโนยามาฮา U3 จะให้เสียงที่นุ่ม ฟังดูอบอุ่นกว่า และด้วยซาว์นบอร์ดที่ใหญ่กว่า ทำให้เปียโน U3 มีคุณภาพเสียงใกล้เคียงกับแกรนด์เปียโนขนาดเล็กเลยทีเดียว (baby grand piano)

ซาว์นบอร์ดเป็นแหล่งกำเนิดเสียงของเปียโน มีหน้าที่ ขยายการสั่นสะเทือน ที่ส่งต่อมาจากสายเปียโน ผ่านสะพาน (Bridge) ผ่านเข้าไปถึงซาว์นบอร์ด ดังนั้นซาว์นบอร์ดที่มีขนาดใหญ่กว่า จึงสามารถสร้างเสียงที่ดี และมีคุณภาพสูงกว่า

เนื่องจากราคาเปียโนมือสอง ยามาฮา รุ่น U3 ไม่ได้แพงกว่า U1 เท่าไหร่นัก (ต่างกันประมาณ 15,000-20,000 บาท) และสามารถขายต่อได้ง่ายกว่า ดังนั้นผมจึงขอแนะนำให้ท่านเลือกเฉพาะเปียโนยามาฮารุ่น U3 เท่านั้น

โครงสร้างด้านหลังของเปียโน YAMAHA U300

โครงสร้างด้านหลังของเปียโน YAMAHA U3

โครงสร้าง Bridge ช่วงเสียงสูงของเปียโนยามาฮารุ่น U100

โครงสร้าง Bridge ช่วงเสียงสูงของเปียโนยามาฮารุ่น U100

โครงสร้าง Bridge ช่วงเสียงกลางของเปียโนยามาฮารุ่น U100

โครงสร้าง Bridge ช่วงเสียงกลางของเปียโนยามาฮารุ่น U1

ตารางแสดงรุ่น ปีผลิต และหมายเลขเครื่อง ของ เปียโนยามาฮา รุ่น U1 series* (YAMAHA U1 MODEL INDEX)

U1-SERIES

YEAR SERIAL NO.
U1D

1959-1965

1xx,xxx-4xx,xxx

U1E

1965-1970

5xx,xxx-9xx,xxx

U1F

1970-1971

1,0xx,xxx-1,1xx,xxx

U1G

1971-1972

1,1xx,xxx-1,3xx,xxx

U1H

1972-1980

1,4xx,xxx-3,1xx,xxx

U1M

1980-1982

3,2xx,xxx-3,6xx,xxx

U1A

1982-1987

3,7xx,xxx-4,3xx,xxx

U10BL

1987-1989

4,4xx,xxx-4,7xx,xxx

U10A

1989-1994

4,8xx,xxx-5,2xx,xxx

U100

1994-1997

5,3xx,xxx-5,5xx,xxx

YU1

1997-2001


5,5xx,xxx-5,9xx,xxx

*ขอขอบคุณข้อมูลจาก ปีเตอร์สัน เปียโน แกลเลอรี่

ตารางแสดงรุ่น ปีผลิต และหมายเลขเครื่อง ของ เปียโนยามาฮา รุ่น U3 series* (YAMAHA U3 MODEL INDEX)

U1-SERIES

YEAR SERIAL NO.
U3D

1959-1965

1xx,xxx-4xx,xxx

U3E

1965-1970

5xx,xxx-9xx,xxx

U3F

1970-1971

1,0xx,xxx-1,1xx,xxx

U3G

1971-1972

1,1xx,xxx-1,3xx,xxx

U3H

1972-1980

1,4xx,xxx-3,1xx,xxx

U3M

1980-1982

3,2xx,xxx-3,6xx,xxx

U3A

1982-1987

3,7xx,xxx-4,3xx,xxx

U30BL

1987-1989

4,4xx,xxx-4,7xx,xxx

U30A

1989-1994

4,8xx,xxx-5,2xx,xxx

U300

1994-1997

5,3xx,xxx-5,5xx,xxx

YU3

1997-2001


5,5xx,xxx-5,9xx,xxx

*ขอขอบคุณข้อมูลจาก ปีเตอร์สัน เปียโน แกลเลอรี่

เปียโนยามาฮาที่มีหมายเลขเครื่อง 122,000-809,000 (ผลิตในปี คศ 1960-1970)

เปียโนในช่วงนี้จะมีโทนเสียงที่ไม่ดี มีเสียงเบสที่ทีบ และมีกลไกทีเก่ามาก เนื่องจากเปียโนมีอายุการใช้งานมานานมาก ร้านเปียโนสามารถซื้อมาได้ในราคาถูก หากได้รับการซ่อมใหม่ทั้งภายใน ภายนอก อย่างดี ก็จะได้เปียโนที่มีคุณภาพดีกว่าเปียโนใหม่ รุ่น JU และ JX แต่หากร้านเปียโนต้องการกำไรมาก และเพียงนำมันมาขัด ทำสีใหม่ เพื่อให้ดูเหมือนว่าเปียโนหลังนี่ผ่านการซ่อมมาแล้วเท่านั้น และไม่ได้ซ่อมแซมภายในให้ดี เปียโนเหล่านี้ก็จะมีปัญหามากในภายหลัง และท่านอาจต้องเสียเงินค่าซ่อมอีกจำนวนมา


เปียโนยามาฮาที่มีหมายเลขเครื่อง 978,000-1,743,000 (ผลิตในปี คศ 1970-1975)

คำแนะนำของสำหรับเปียโนที่ผลิตในช่วงนี้เหมือนกับเปียโน U1 และ U3 ที่ผลิตในช่วงปี 1960แต่ผมสังเกตุว่าเปียโนยามาฮาที่ผลิตในช่วง 1973-1974 ผลิตได้มีคุณภาพดีขึ้น แต่ผมขอแนะนำให้ท่านเลือกซื้อเปียโนที่ผลิตในช่วงปี 1975-1985 จะดีกว่า

เปียโนยามาฮาที่มีหมายเลขเครื่อง 1,943,000-3,832,000 (ผลิตในปี คศ 1975-1985) “ยุคทอง”

หากท่านมีโอกาสได้ลองเล่น และหาข้อมูลจากร้านขายเปียโนหลายร้าน เพื่อรับความคิดเห็นก่อนตัดสินใจ ท่านจะพบว่าเปียโนมือสองยามาฮารุ่น U1 และ U3 ที่ผลิตในช่วงนี้มีความคุ้มค่าแก่การเลือกซื้อมากกว่าเปียโนยามาฮาที่ผลิตในช่วงปี 1960-1970 และ 1970-1975

ผมขอเรียกเปียโนที่ผลิตในช่วง 1975-1985 นี้ว่า ยุคทอง เพราะเป็น 10 ปี ที่ยามาฮาทำเปียโนออกมาได้คุณภาพที่ดีเยี่ยม เปียโนจึงมีเสียงเบสที่ทุ้มสม่ำเสมอ มีโทนเสียงกลางที่อบอุ่น นุ่มเท่าๆกัน แต่มีพลัง มีเสียงสูงที่ใส ชัดเจน

คุณภาพของเปียโนยามาฮาที่ผลิตในช่วงนี้ เกิดจากการสะสมประสบการ์ณการผลิตเปียโนที่ยาวนาน ความพยายามที่จะเทำเปียโนที่มีเสียงที่ไพเราะ และมีกลไกที่ดีที่สุดของยามาฮา ด้วยการคัดเฉพาะวัสดุที่ดีที่สุด และใช้ช่างฝีมือ และทักษะดีมาทำเปียโน ผู้ผลิตเปียโนในปัจจุบันดูจะไม่สนใจในเรื่องคุณภาพแล้ว เพราะเขาให้ความสำคัญกับเรื่องต้นทุนเป็นอันดับแรก การซื้อเปียโนเก่าที่ผลิตในจีน และรัสเซีย ถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดอย่างมาก แม้ว่าเปียโนเหล่านั้นจะมีราคาถูกมากเท่าไหร่ หรือมีอายุการใช้งานน้อยกว่า หรือแทบจะไม่มีคนใช้งานมาเลยก็ตาม คนที่ผมเคยรู้จักเคยเสนอขายเปียโนจีนมือสอง ให้ร้านเปียโนหลายร้านในราคา 10,000 บาท แต่ไม่มีที่ไหนรับซื้อเลย อาจเป็นเพราะร้านเหล่านั้นทราบถึงปัญหาต่างๆมากมายที่จะตามมา

คราวหน้าผมจะเขียนเรื่องของเปียโนมือสองยามาฮารุ่น UX series ซึ่งรุ่น Top ของเปียโนอัพไลท์ยามาฮา และเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ในหมู่คนที่เลือกซื้อเปียโนมือสองอยู่